Make your own free website on Tripod.com
    + ประวัติของผ้าไทย
 - วิวัฒนาการของผ้าไทย
+ ผ้าไทยในยุคต่าง ๆ
 - อาณาจักรล้านนาไทย
 - สมัยสุโขทัย
 - สมัยอยุธยา
 - สมัยกรุงธนบุรีและ
    กรุงรัตนโกสินทร์
+ ลวดลายของผ้าไทย
 - คุณลักษณะพิเศษของผ้าไทย
    + การทอผ้า
    + การเลือกซื้อ
    + การดูแลรักษา
    - แฟชั่นกับผ้าไทย

สมัยอยุธยา


สมัยอยุธยา (พ.ศ.1893-2310)
ตำนานวังเก่า ในประชุมพงศาวดารภาคที่ 63 ทำให้ทราบว่ากรุงศรีอยุธยามีแหล่งขายผ้าต่าง ๆ หลายแห่ง กล่าวได้ว่าเป็นตลาดจำหน่ายผ้าที่ใหญ่มาก ดังความว่า "...บ้านป่าชมภูขายผ้าชมภูคาดราดตคตหนังไก่ ผ้าชมภูเลว ผ้าดิบเลว ย่านป่าไหม ป่าเหล็กฟากถนนซีกหนึ่ง ขายไ หมครุยไหมฟั่นไหม เบญจพรรณ ย่านป่าฟูกขายแต่ฟูกแลหมอนเมาะ ย่านทุ่นหมากก็ว่าเสื้อเขียว เสื้อขาว เสื้อจีบเอว เสื้อฉีกอก เสื้อกรอม หัว กางเกงเขียว กางเกงขาว ล่วมสักหลาด ล่วมเลว ถุงหมากสักหลาดปักทองประดับกระจก ถุงหมากเลว ถุงยาสูบปักทองประดับกระจก ถงุยาสูบ ผ้าลายต่างกันสำหรับทิ้งทาน ซองพลูสักหลาดปักทอง ประดับกระจก ซองพลูเลวสักหลาดเขียวแดงแล้วรับผ้าแขกจากวัดแก้วฟ้า วัดลอดช่องมาใส่ร้านขาย ...ป่าหน้าพระกาล มีร้านชำขายหัวไนโครงไนปั่นฝ้าย นอกจากนี้มี ...ย่านป่าผ้าเหลือง ย่านจวนคลังทำหีบฝ้ายขาย ย่าน ป่าต้องขาย ฝ้าย" ย่านทั้งหมดดังกล่าวเป็นแหล่งที่ขายผ้า และของที่เกี่ยวเนื่องกับผ้า จะเห็นว่ามีทั้งผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้าแพร ผ้าสองปักหรือสมปัก เชิงปูม ผ้าปู และผ้าจวน ขายเส้นด้ายและอุปกรณ์การปั่นด้าย แสดงให้เห็นว่า มีการทอผ้ากันมาก นอกจากนี้ยังรู้จักเย็บเ สื้อหลายแบบ ทั้ งเสื้อจีบเอว เสื้อสวมหัวเสื้อผ่าด้านหน้าที่เรียกกันครั้งนั้นว่า เสื้อฉีกอก รู้จักเย็บกางเกงและนิยมนุ่งกางเกงด้วย ส่วนของ ใช้อื่น เช่น ถุงหมาก ถุงยาสูบ ซองพลู ก็ทราบว่าประดิษฐ์จากผ้าสักหลาดเป็นส่วนมาก และตกแต่งให้สวยงามด้วยการปักไหมทองหรือ ดิ้นทองแล้ วประดับกระจก ซึ่งน่าจะคล้ายกับถุงต่าง ๆ ที่ส่งมาจากอินเดียในปัจจุบัน




สมัยกรุงศรีอยุธยา ใช้ผ้าเป็นเครื่องหมาย

ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีความนิยมให้ลักษณะของผ้าเป็นเครื่องแสดงฐานะและตำแหน่งของผู้สวมใส่ ข้าราชการที่ทำความดีควา มชอบ พระเจ้าแผ่นดินก็จะทรงมีบำเหน็จรางวัลให้และของอย่างหนึ่งที่ใช้ปูนบำเหน็จรางวัลก็คือ ผ้า ขุนนางจะรับพระราชทาน ผ้าสมปักไว้นุ่งเข้าเฝ้า ผ ้าพระราชทานนี้เปรียบเสมือนเงินเดือน แต่พระราชทานรายปี เรียกว่า ผ้าหวัดรายปี ผ้าสมปักมีหลายชนิด สำหรับฐานและตำแหน่งแตกต ่างกัน เช่น สมปักลายหัวหมื่นนายเวรใช้ สมปักไหมเจ้ากรมปลัดกรมใช้ ส่วนมหาดเล็กใช้ผ้าลายบางทีการนุ่งผ้าสมปักก็ขึ้นอยู่กับโอกาสหรือพิธีบางอย่างอีกด้วย ในการนำผ้ามาใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มนั้น คนไทยมีความเชื่อในเรื่องสีด้วย ซึ่งมาจากการเชื่อถือเรื่อเทวดาสัปตเคราะห์ หรือ แม่ซื้อ 7 องค์ แต่ละองค์มีสีกายแตกต่างกันไป ซึ่งก็คือสีประจำวันทั้งเจ็ดนั่นเอง นั่นคือ วันอาทิตย์สวมเสื้อผ้าสีแดง วันจ ันทร์สวมสี ขาวนวล วันอังคารสวมสีชมพู วันพุธสวมสีเขียว วันพฤหัสบดีสวมสีเหลืองอ่อน วันศุกร์สวมสีฟ้าอ่อน และวันเสาร์สวมสีดำ คนโบราณกำหนดวันนุ่งผ้าใหม่เป็นแบบข้างขึ้นข้างแรม เช่น ขึ้น 4,6,9 ค่ำ ตัดผ้า เย็บผ้า นุ่งผ้าใหม่ดี จะได้ลาภ แรม 4,11 ค่ำ ตัดผ้า เย็บผ้า นุ่งผ้าให ม่ดี มีลาภ เป็นต้น

 

 

   


  
Copyrigth ©2002. All rights reserved. Designed by PooK