Make your own free website on Tripod.com
    + ประวัติของผ้าไทย
 - วิวัฒนาการของผ้าไทย
+ ผ้าไทยในยุคต่าง ๆ
 - อาณาจักรล้านนาไทย
 - สมัยสุโขทัย
 - สมัยอยุธยา
 - สมัยกรุงธนบุรีและ
    กรุงรัตนโกสินทร์
+ ลวดลายของผ้าไทย
 - คุณลักษณะพิเศษของผ้าไทย
    + การทอผ้า
    + การเลือกซื้อ
    + การดูแลรักษา
    - แฟชั่นกับผ้าไทย

สมัยเชียงแสนหรือล้านนาไทย


สมัยเชียงแสนหรือล้านนาไทย (พุทธศตวรรษที่ 18-24)

"เชียงแสน" ปัจจุบันเป็นชื่ออำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงราย นักโบราณคดีได้กำหนดแบบศิลปกรรมภาคเหนือขึ้น เรียกว่า ศิลปะเชียงแสน อาณาจักรเชียงแสนหรือปัจจุบันนิยมเรียกว่า อาณาจักรล้านนาไทย เพื่อให้มีความหมายกว้างขึ้นหมายถึงเมืองต่าง ๆ ทางภาคเหนือหรือ เขตจังหวัดต่างๆ ในปัจจุบัน เช่น เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่และน่าน เป็นต้น อาณาจักรนี้มีความเจริญ มีอารยธรรมและวัฒนธร รมเป็นแบบหนึ่งโดยเฉพาะ พงศาวดารเมืองหริภุญไชย กล่าวถึงความเจริญของบริเวณภาคเหนือ โดยเฉพาะที่เมืองหริภุญไชย ซึ่งคือลำพูนในปัจจุบันว่า เจริญมาแต่ราวต้น พุทธศตวรรษที่ 14 พระนางจามเทวีพระราชธิดากษัตริย์ละโว้เสด็จไปครองเมืองหริภุญไชยเมืองนี้เจริญสืบต่อมาสร้างเมืองเชียงใหม่ ศูนย์กลางของภาคเหนือจึงย้ายจากลำพูนมาอยู่ที่เชียงใหม่ตั้งแต่ พ.ศ.1839 เป็นต้นมา อาณาจักรล้านนามีผ้าใช้กันแล้วเช่นเดียวกับอาณาจักรอื่นๆ ในยุคเดียวกัน หรือที่เจริญในระยะเวลาร่วมสมัยกัน ในการทำ บุญทางศาสนา มีการถวายจตุปัจจัยไทยธรรม ซึ่งมีผ้ารวมอยู่ด้วย เช่น ถวายจีวรห่มแก่พระและผ้าอื่นๆ ให้เป็นทานแก่คนยากจน มีผ้าแพร ผ้าสักหลาด ผ้าสีจันทน์ขาว ผ้าสีจันทน์แดง ผ้าสีดอกจำปา และผ้าธรรมดาพวกชนชั้นสูงมีผ้ากัมพลใช้พันเอว ในทางศาสนาผ้าที่เป็นเครื่องใช้สำหรับพระสงฆ์ มี รัดประคด ผ้าผลัดอาบน้ำ อาสนะปูนั่ง ผ้าปูลาดและผ้ากรองน้ำ นอกเหนือไปจากไตรจีวร

เราได้ความรู้จากพงศาวดารนั้นอีกว่า ทหารแต่งกายด้วยผ้าสีเขียว ชาวเมืองที่เดือนร้อนได้รับแจกผ้านุ่งห่ม ผ้าเหล่านี้คงจะทอขึ้นใช้เองภายในเมือง จิตรกรรมฝาผนังที่วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน แสดงให้เห็นการแต่กายของชาวเหนือ โดยเฉพาะผ้านุ่งขอ งผู้หญิง แสดงลวดลายของผ้าซิ่น ซึ่งเรียกว่า ลายน้ำไหล ยังมีใช้กันอยู่ทางภาคเหนือในปัจจุบัน นอกจากนี้จิตรกรรมที่วิหารลายคำ วัดพระ สิงห์ และที่อุโบสถวัดบวกครกหลวง จังหวัดเชียงใหม่ ที่วิหารพระเจ้าล้านทอง รอบศาลาการเปรียญ วัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง ล้วนแสดงให้เห็นถึงลักษณะลวดลายผ้าไหมและผ้าซิ่นที่ใช้สืบต่อกันเรื่อยมา ตำนานเมืองเงินยางเชียงแสน ได้กล่าวไว้ ตอนเนึ่งว่า "เมื่อขุนเจื๊อง (เจียง) รับคำท้ารบของพระยาแมนตาตอกครอบฟ้าตาหยืดแล้ ว เห็นว่าตนจะแพ้แน่แล้ว ก็เปลื้องเสื้อและผ้าพันพระเศียรใส่ผอบทองคำ ใช้อำมาตย์คนหนึ่งเอากลับมาให้นางอัครมเหสี" ในตำนาน พระธาตุแช่แ ห้ง จังหวัดแพร่ก็มีข้อความว่า "...เมื่อปี (พ.ศ.)236 พระโสณะและพระอุตตระ ได้นำเอาพระเกษามาบรรจุที่เขานี้ เจ้าผู้ครองนครแพร่ใน เวลานั้นมีพระนามว่า เจ้าก้อมหรือสระอ้ายก้อม มีความเลื่อมใสมากจึงเปลื้องเอาผ้าแพร (คนพื้นเมืองเรียกผ้าแฮ) ซึ่งโพกศีรษะออ กรองรับพระ เกษา..." ตำนานทั้งสองนี้แสดงว่า ในสมัยเชียงแสน หรือ ล้านนาไทย คนไทยรู้จักนำผ้ามาตัดเย็บเป็นเสื้อสวมใส่ และนำผ้าแพรมาพัน โพกศีรษะ ซึ่งคงไว้ผมยาวและมุ่นมวยไว้

 
   


  
Copyrigth ©2002. All rights reserved. Designed by PooK